posted on 30 Jul 2010 09:48 by googer in Life
ได้อ่านหนังสือเรื่องของดาบวิชัย ที่ปลูกต้นไม้ด้วยตัวเอง จนถึงวันนี้น่าจะร่วม2ล้านต้นไปแล้ว
อายุของแกก็เรียกว่าใกล้เกษียณเต็มที ยศแกยังอยู่เท่าเดิม แต่แกไม่เคยน้อยอกน้อยใจ
ความรู้ความสามารถเราเท่านี้ ก็ได้เท่านี้
แต่สิ่งที่แกคิดว่ามีเท่าเทียมกันคือ น้ำใจ ถ้าคิดจะช่วยเหลือผู้อื่น หรือช่วยสังคม ไม่ต้องรอ
ทำให้ผมนึกไปถึงคำพูดที่ผมได้ยินมาบ่อยๆ
ถ้ารวยกว่านี้ แล้วจะช่วยคน
รอให้พร้อมก่อน แล้วจะช่วย
อยากช่วยนะ แต่ให้มีเงินมากกว่านี้ก่อน
ผมเคยเก็บคำพูดเหล่านี้มาคิดว่า แล้วเท่าไหร่ล่ะคือรวย เท่าไหร่ล่ะคือพร้อม
ผมก็ไม่สนับสนุนนะ ถ้าไปเที่ยวช่วยคนโน้นคนนี้ แต่ครอบครัวเดือดร้อน
แล้วตรงไหนล่ะ ที่เรียกว่าพร้อม ผมก็คอยสังเกตดู ไม่เห็นจะมีคำว่าพร้อมเสียที พร้อมแล้วก็ขออีกหน่อย
รวยแล้วก็อยากรวยอีก
ดาบวิชัย เริ่มจากไม่มีอะไรเลย เก็บลูกตาลจากข้างทาง เอาไปปลูก ต่อมาก็เริ่มเก็บเมล็ดพันธุ์อื่นๆมาปลูก ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้มาฟรีๆ ไม่ได้เสียเงินเสียทอง เพราะเงินเดือนแกก็ไม่ได้มากมายอะไร
สิ่งที่ดาบวิชัยเสียสละอย่างมาก นั่นคือ น้ำใจ ต่างหาก เสียสละเวลา ตีห้าถึงแปดโมงเช้า ก่อนไปทำงาน และเวลาเย็นค่ำหลังเลิกงาน ไปปลูกต้นไม้
เรื่องของดาบวิชัย ทำให้ผมเรียนรู้ว่า รอให้พร้อมก่อน แล้วจะช่วย คำเหล่านี้คือข้ออ้างชนิดหนึ่ง
posted on 30 Jul 2010 09:20 by googer in Work
เมื่อวานได้พบเจอคุณอาที่นับถือท่านหนึ่ง ท่านอยู่ในวงการธุรกิจมานานพอสมควร
เคยได้คุยกับท่านมาหลายครั้ง จับใจความได้ว่า หลักใหญ่ของท่านคือ ไม่ตัดราคา
ถ้าใครจะมาขายถูกกว่า ก็ขายไป ท่านยืนยันจะขายราคาที่ท่านเรียกว่า ไม่เจ็บตัว
ท่านเล่าว่า ลูกค้าหลายราย ที่เจาะจงมาซื้อสินค้าที่ท่าน แม้สินค้าบางตัวอาจจะแพงกว่านิดหน่อย(แพงมากลูกค้าคงหนีเหมือนกันครับ) หรือบางทีมีร้านอื่นอยู่ใกล้บ้าน แต่ลูกค้าก็เลือกที่จะมาซื้อกับท่าน เพราะมีสินค้าให้เลือกมากกว่า
ท่านสรุปให้ฟัง จำไว้นะ เราไม่ได้ขายสินค้า เราขายตัวเราเอง
วาทะจากนักธุรกิจรุ่นอา สิ่งที่คุณอาพูดนั้น ปัจจุบันคือที่เราเห่อๆกันอยู่ "แบรนด์" ครับ
หลายครั้งผมฟังคุณพ่อพูด พ่อสอนด้วยประสบการณ์ ไม่ได้เรียน MBA ที่ไหนมาหรอก แต่มันกลับตรงกับทฤษฎีในตำราเป๊ะ ประสบการณ์ล้วนๆครับ เพราะตำราก็เขียนมาจากประสบการณ์จริงนี่แหละ แต่ถ้าน้องๆท่านใดมาอ่าน อย่าคิดว่าแบบนี้ไม่ต้องเรียนแล้ว ไปหาประสบการณ์เลยดีกว่านะครับ เรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น ทำให้เราประหยัดเวลากว่าเยอะครับ ไม่ต้องไปเสียเวลาลองผิดลองถูก ไม่คุ้มกับชีวิตหนึ่งเท่าใดนัก
สิ่งที่คุณอาพูดนั้น ก็คือการขายแบรนด์นั่นเองครับ หลายครั้งที่สินค้าคล้ายๆกัน แต่เราเลือกซื้อชิ้นนี้ เป็นเพราะแบรนด์ครับ คุณอาบอกว่า ลูกค้าเขาไว้ใจเรา สบายใจเมื่อซื้อกับเรา นั่นแหละครับ อานุภาพของแบรนด์ของจริงเลย
ความรู้มีมานานแล้ว เพียงแต่อาจไม่ได้ถูกเรียกให้สวยหรูเท่านั้นเอง ^_^