Hard Sell

posted on 08 Dec 2009 18:11 by googer  in Work

ไปกินข้าวไก่อบแถวบ้านมา

ปกติเคยแต่สั่งมากินที่บ้าน เขาจะมีน้ำซุปถ้วยเล็กๆมาให้ด้วย1ถ้วย เหมือนกินข้าวมันไก่แหละ

 

วันนี้ไปกินที่ร้าน ระหว่างกำลังทำอยู่ อาเจ๊ก็หันมาถามว่า เอาน้ำแกงอะไรดี มีแฟง ดอกไม้จีน มะระ มะนาวดอง

 เราก็อึ้งๆ อ่าว ปกติแถมไม่ใช่เหรอ ทำหน้างงๆ

เจ๊คงจะรู้เลยบอกว่า ถ้วยเล็กๆ ถ้วยละ 5 บาทเอง

เราก็เลยตามเลย สั่งต้มแฟงมากินแล้วกัน 5บาทเอง ก็ดีเหมือนกัน ได้ถ้วยใหญ่กว่าที่แถมนิดหน่อย ก็ถือว่าคุ้มราคานะ

 

ระหว่างกินก็นึกชมอาเจ๊อยู่ในใจ นี่แกมีความเป็นนักขายอยู่ในสายเลือดเลยนะ (เหมือนแม่เราเลย ฮิฮิ)

 

อย่างแรก แกทำน้ำแกงถ้วยเล็กๆ ถ้วยละแค่5บาท แบบนี้คนตัดสินใจง่าย ทั้งในเรื่องราคาและปริมาณ ไม่เหมือนอีกร้าน ขายถ้วยละ20บาท ให้เยอะก็จริงอยู่ แต่ยังไงเราก็กินไม่หมดอยู่ดี

แต่อย่างร้านอาเจ๊นี่ทำถ้วยพอดีกิน ราคาก็ตัดสินใจได้ง่าย เหมือนซื้อKFCเพิ่ม 5บาท ได้เฟร้นฟรายใหญ่นั่นแหละ ถ้าเพิ่มเยอะกว่านี้คนจะเริ่มคิดมากแล้วไง

 

อย่างที่สอง นอกจากproductดีแล้ว วิธีขายแกยังดีอีกด้วย คือสังเกตได้เวลาถาม แกไม่ถามว่า เอาน้ำแกงเพิ่มมั้ย ถ้วยละ5บาท แต่แกถามเลยว่า "เอาน้ำแกงอะไรดี"

นี่ไง ปิดการขายไปในตัวเลย เรียกว่าลูกค้าเผลอๆสั่งกินเลยแหละ 555 เพราะมันแค่5บาทเองด้วย อ้อ แล้วอีกอย่าง แกยังบอกด้วยนะว่า 5บาทเอง มีคำว่าเองด้วย คือตัดสินใจแทนลูกค้าไปเลยว่ามันถูกนะโว้ย เอ็งไม่ต้องคิดแล้ว 555

 

นึกไป กินไป ก็ยิ้มไป ผมว่าเจ๊แกไม่รู้หรอกว่า วิธีขายของแกมันซับซ้อนขนาดนี้ แกก็ทำไปตามประสาคนมีหัวค้าขาย เหมือนยุคพ่อแม่ผมแหละ เขาไม่ได้เรียนทฤษฎีอะไรหรอก ใช้ประสบการณ์กับจิตใจที่รักการขายจริงๆ

 

แบบนี้ไม่น่าเรียก Hard Sell นะ ควรจะเป็น Heart Sell มากกว่า :-)

 

สะ-ตอ-รี่ (story)

posted on 05 Nov 2009 14:53 by googer  in Work

ได้คุยกับพี่หนุ่มในหลายๆเรื่อง ได้ข้อคิดในเรื่องคุณค่าของสตอรี่ มา

หลายสิ่งหลายอย่าง ตั้งอยู่เฉยๆ ไม่มีคุณค่าอะไร หากแต่ใส่เรื่องราวหรือสตอรี่เข้าไปหน่อย สิ่งนั้นอาจจะมีคุณค่าเป็นทวีคูณ

มีจานวางอยู่ใบนึง ถามว่า คุณจะสนใจมันมั้ย ขายจะได้กี่บาท ให้ฟรีคนจะเอาหรือเปล่า

แต่หากได้รู้ความจริงว่า จานใบนี้ เป็นจานที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ผ่านสงครามกับพม่ามาแล้ว ยังหลงเหลือมาจนถึงทุกวันนี้ และที่สำคัญ ลายนี้มีอยู่ใบเดียวในประเทศไทยตอนนี้

.

.

.

 

"ทันทีครับ".... คุณค่าและมูลค่าพุ่งปรี๊ดขึ้นทันที ทีนี้แหละแย่งกันซื้อเลยทีเดียวเชียว

นี่แหละครับ การเพิ่มคุณค่าด้วยเรื่องราวของมัน หรืออย่างที่พี่หนุ่มเรียกว่า "สตอรี่"

 

อีกตัวอย่าง เวลาเราไปเที่ยว ไปดูปราสาท วัดวา เราก็เฉยๆ เดิน10นาทีก็หมดแล้ว แต่พอมีไกด์ไปด้วย ไกด์บรรยายถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 300ปี ที่มาของปราสาท วัดวา เหล่านี้ อยู่ๆ ซากปรักหักพัง ก็ดูสวยงาม ชวนให้ชื่นชมขึ้นมาทันใด แล้วเราก็ยืนซึมซับประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่อยู่ตรงนั้นได้นานกว่าเดิม

นี่แหละครับ สตอรี่

 

คลองสายหนึ่ง เด็กๆใช้เล่นน้ำ ชาวบ้านใช้น้ำกันทุกวัน ไม่ได้รู้สึกอะไร

อยู่มาวันหนึ่ง ทางการจัดทำตลาดน้ำขึ้น ณ ที่แห่งนี้ พร้อมกับประชาสัมพันธ์คลองสายนี้ ว่าเป็นคลองที่อยู่คู่เมืองมายาวนานกว่า 200ปี สายน้ำเหล่านี้ที่เลี้ยงชีพต้นตระกูล ปู่ย่าตายายของเรามายาวนาน

วันนี้เราจะได้ย้อนเวลากลับไปชื่นชมอดีตอันหอมหวานเหล่านั้นอีกครั้งหนึ่ง ได้ซื้อของบนน้ำสายเดียวกับที่คุณทวดของเราซื้อ ได้นั่งทานอาหารในที่เดียวกับที่คุณตาคุณยายเคยทานด้วยกัน วันนี้โอกาสดีๆแบบนั้นย้อนกลับมาหาเราแล้ว!

 น่าสนใจไหมครับ จากคลองธรรมดา กลายเป็นน่าสนใจขึ้นมาเลย

นี่แหละครับ สตอรี่

 

ศาลเจ้าแห่งหนึ่ง เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ แต่ขาดการทะนุบำรุงมานาน

วันหนึ่งมีหน่วยงานเข้ามาดูแล ประชาสัมพันธ์ออกไปว่า เทพเจ้าที่นี่สามารถดลบันดาลบุตรให้ได้ ใครอยากมีลูกให้มาขอที่นี่ พร้อมกับตัวอย่างของคู่สามีภรรยาหลายคู่ ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า มาขอลูกที่นี่แล้วได้ผลจริงๆ ชีวิตมีความสุขมาตลอด

เท่านั้นแหละ รับรอง คนมากันตรึม!

นี่แหละครับ สตอรี่

 

ที่เล่ามาทั้งหมดคืออานุภาพของสตอรี่ที่พี่หนุ่มพูดถึง แต่อย่าลืมว่า สิ่งเหล่านั้นต้องมีสตอรี่หรือเรื่องราวจริงๆนะครับ เพียงแต่เราหยิบจับมาขยายความให้คนรับรู้ เพื่อให้เขาเห็นคุณค่าเหมือนกับที่เราเห็น

ไม่ใช่ว่าสร้างเรื่องโกหกขึ้นมานะครับ แบบนั้นไม่เอา แบบนั้นเขาเรียก

 

"สะ-ตอ-แหล" ครับ ^_^